|
|
06 Jun 2011 คุยกันเรื่องคันชักไวโอลิน ตอนที่ 1
Written by Big_ไวโอลิน
มิถุนายน 06, 2011, 02:14:00 pm
602 Views
Rating:
![]() ![]() ![]() ![]() (1 Rates)
You have rated this file.
คุยกันเรื่องคันชักไวโอลิน ตอนที่ 1
คันชักไวโอลินเป็นเรื่องหนี่งที่ผมอยากจะเขียนให้ความรู้กับนักไวโอลินทั้งที่เป็นมือสมัครเล่นและก็มืออาชีพ (แต่ก็ไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนสักเท่าไร) เนื่องจากส่วนตัวชอบคันชักมาก และก็ในบ้านเราก็ไม่ค่อยมีคันชักดีๆให้ลองเมื่อเทียบกับไวโอลิน อีกประการหนึ่งก็การเลือกคันชัก ก็ยังมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สไตล์การเล่นของเรา ไวโอลินที่เราใช้อยู่ รวมถึงลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคลด้วย คันชักดีๆนั้นมีความสำคัญพอๆกับตัวไวโอลินเอง เนื่องจากความไพเราะของเสียงที่เกิดขึ้นจากไวโอลินนั้นมาจากเทคนิคที่มือขวา ฉะนั้นเวลาเราซื้อไวโอลินควรจะเผื่องบประมาณไว้สำหรับคันชักดีๆ ที่เหมาะกับมือเรา และไวโอลินของเราด้วย โดยทั่วไป อัตราส่วนระหว่างราคาไวโอลิน กับคันชักนั้นจะเริ่มที่ประมาณ 1 ต่อ 6 จนไปถึงราคาเท่ากัน ของผมอาจจะแตกต่างจากคนอื่นหน่อย คือ คันชักของผมจะแพงกว่าไวโอลินที่ใช้มากกว่า 1 เท่า (พอดีชอบอ่ะครับ) ถ้าจะให้พูดถึงว่าของใครคันชักใดดีที่สุด ก็จะกล่าวแบบกว้างๆได้ว่า ดีที่สุดจะเป็นคันชักของฝรั่งเศส ก็เหมือนกับไวโอลินอิตาเลียน แต่ก็มีคันชักที่ดีมากๆ จากช่างทำคันชักชาวอังกฤษ และเยอรมันเช่นกัน ในปัจจุบันเนื่องจากการเดินทาง และการติดต่อสื่อสารดีกว่าแต่ก่อนแบบเยอะมาก จึงทำให้มีช่างทำคันชัก ที่ดีๆเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ไอริช หรือ บราซิล เองก็ตาม แต่ในทางปฎิบัติแล้ว เราก็จะไม่นำคันชักใหม่ๆ ไปเทียบกับคันชักเก่าโดยช่างที่มีชื่อเสียงในอดีต เนื่องจากมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ วัสดุที่นำมาทำคันชัก ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง และยังคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วย ถ้าว่ากันกว้างๆถึงคันชักฝรั่งเศสที่ดีๆ ก็จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะ ในเรื่องของเนื้อเสียงที่ละเอียด อิ่ม ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในช่างแต่ละคน ส่วนคันชักโดยช่างอังกฤษนั้น ก็จะอยู่ตรงกลางระหว่าง ฝรั่งเศส กับเยอรมัน คือ คันชักจะให้เสียงที่มั่นคงกว่า แต่ก็จะมีประกายน้อยกว่า คันชักฝรั่งเศส แต่มันก็ไม่ได้เป็นข้อสรุปซะทีเดียวว่าคันชักฝรั่งเศสจะดีที่สุด (แต่แพงที่สุดคงจะใช่…555) ยกตัวอย่างเช่น David Oistrakh เป็นผู้หนึ่งที่หลงรักคันชักฝรั่งเศสอย่ามาก ซึ่งเขาจะซื้อเป็นกำๆ ทุกครั้งที่เขาไปกรุงปารีส แต่เขาใช้คันชัก ของ N�rnbergers (นอน-แบค-เกอร์ อันนี้ช่วยครับจะได้อ่านชื่อได้ถูกต้อง ของเยอรมันยังไม่เท่าไร ของฝรั่งเศสหนังกว่านี้ครับ) แต่เขาก็ใช้คันชักของ Richaume (ริ-ชู-เม่)ด้วย มาดูนักไวโอลินอีกท่านกัน Kreisler (ไครส-เลอร์) ก็ชอบคันชัก ที่มี Fleur de lys ของ W.E. Hill&son (อันนี้ไม่ต้องซับ เพราะเป็นช่างทำคันชักชาวอังกฤษ) อย่างมาก
ทีนี้เรามาดูในยุคของเราบ้างว่ามีใคร Vadim Repin ชอบคันชักเยอรมันในการซ้อมมาก คือ H.R. Pfretzschner (เอช อา เฟรช-เนอร์)
เล่ากันต่อไปอีกหน่อย ในยุคนั้น มันเป็นเรื่องปรกติที่ร้านขายคันชักจะประทับตราของร้านลงไปในคันชัก ซึ่งทำโดยช่างทำคันชักคนอื่น ยกตัวอย่างเช่น Jules Fetique (จูล เฟ-ทิ๊ก) ทำงานให้กับ Albert Caressa ซี่งคันชักของเขาหลายอันก็ประทับตรา “A. Caressa a paris” ในกรณีนี้มันมีความจำเป็นที่จะต้องมีใบรับรองที่ออกโดยผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ เช่น Fran�ois Raffin (เราเรียกกันสั้นว่า รา-ฟา เห็นมั๊ยครับชื่อฝรั่งเศสนี่อ่านไปได้อีกเรื่องเลย) หรือ Millant (มิ-ลอง), Paul Child, Wurlitzer, Beare (ถ้าเลือกได้ส่วนตัวของผมของเป็นสองคนแรกดีกว่า) เขียนมาพอสมควรแล้ว ที่เหลือเอาไว้ต่อคราวหน้านะครับ
Credits wikipedia.org vadimrepin.com Articles ใน « Article »
Related
|
|
© สงวนลิขสิทธิ Thai Virtuoso.com 2010 สังคมแห่งนักดนตรี คลังความรู้ บทความต่างๆ เกี่ยวกับ "ไวโอลิน Violin, เชลโล่ Cello, เครื่องเป่า Brass & Woodwind, Percussion, Guitars and All Instrument"


Comments